การหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยวิธีการคำนวณ
การหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยวิธีการคำนวณ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
-เมื่อมีเวกเตอร์ย่อย 2 เวกเตอร์
-เมื่อมีเวกเตอร์ย่อยมากกว่า 2 เวกเตอร์
การหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยวิธีการคำนวณ หรอืมีเวกเตอร์ย่อย 2 เวกเตอร์
-กรณีเวกเตอร์ทั้งสองไปทางเดียวกัน เวกเตอร์ลัพธ์มีขนาดเท่ากับผลบวกของเวกเตอร์ทั้งสองทิศทางของเวกเตอร์ลัพธ์ไปทางเดียวกับเวกเตอร์ทั้งสอง
-กรณีเวกเตอร์ทั้งสองสวนทางกัน เวกเตอร์ลัพธ์มีขนาดเท่ากับผลต่างของขนาดเวกเตอร์ทั้งสองทิศทางของเวกเตอร์ลัพธ์ไปทางเดียวกับเวกเตอร์ที่มีขนาดมากกว่า
วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559
การหาเวกเตอร์ลัพธ์
การหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยวิธีการเขียนรูปแบบหางต่อหัว มีดังนี้
(1) เขียนลูกศรของเวกเตอร์แรกตามขนาดและทิศทางที่กำหนด
(2) นำหางลูกศรของเวกเตอร์สองต่อกับหัวลูกศรของเวกเตอร์แรก
(3) ถ้ามีเวกเตอร์ย่อยๆอีกให้ทำตามขั้นตอนที่ 2 จนครบ
(4) เวกเตอร์ลัพธ์ หาได้จากลากลูกศรจากหางของเวกเตอร์แรกไปยังหัวลูกศรของเวกเตอร์อันสุดท้าย
การหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยวิธีการเขียนรูปแบบหางต่อหัว มีดังนี้
(1) เขียนลูกศรของเวกเตอร์แรกตามขนาดและทิศทางที่กำหนด
(2) นำหางลูกศรของเวกเตอร์สองต่อกับหัวลูกศรของเวกเตอร์แรก
(3) ถ้ามีเวกเตอร์ย่อยๆอีกให้ทำตามขั้นตอนที่ 2 จนครบ
(4) เวกเตอร์ลัพธ์ หาได้จากลากลูกศรจากหางของเวกเตอร์แรกไปยังหัวลูกศรของเวกเตอร์อันสุดท้าย
ปริมาณทางฟิสิกส์
ปริมาณ (Quantity)
วิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นำความรู้ที่ได้จากการศึกษาทดลอง จดบัทึกมารวบรวมเป็นกฎ ทฤษฎี เพื่อเป็นความรู้ในการอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งการศึกษาวิทยาศาสร์เป็นการศึกษา2 ส่วนคือ เชิงคุณภาพ เป็นการศึกษาบรรยายเชิงข้อมูลพรรณนา ตามสภาพการรับรู้ของมนุษย์ เช่น การบรรยายรูปลักษณะ สี กลิ่น รส และเชิงปริมาณ เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงตัวเลข ซึ่งได้จากการสังเกต และเครื่องมือวัด เช่น ความยาว มวล เวลา ปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาฟิสิกส์แบ่งออกได้เป็น
ปริมาณในทางฟิสิกส์ มี 2 ปริมาณ คือ
1. ปริมาณสเกลาร์ (Scalar) เป็นปริมาณที่บอกขนาดเพียงอย่างเดียว เช่น มวล , อัตราเร็ว , พลังงาน ฯลฯ
2. ปริมาณเวกเตอร์ (Vector) เป็นปริมาณที่บอกทั้งขนาดและทิศทาง เช่น ความเร็ว , ความเร่ง , การกระจัด , แรง ฯลฯ อ่านเพิ่มเติม
ปริมาณ (Quantity)
วิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นำความรู้ที่ได้จากการศึกษาทดลอง จดบัทึกมารวบรวมเป็นกฎ ทฤษฎี เพื่อเป็นความรู้ในการอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งการศึกษาวิทยาศาสร์เป็นการศึกษา2 ส่วนคือ เชิงคุณภาพ เป็นการศึกษาบรรยายเชิงข้อมูลพรรณนา ตามสภาพการรับรู้ของมนุษย์ เช่น การบรรยายรูปลักษณะ สี กลิ่น รส และเชิงปริมาณ เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงตัวเลข ซึ่งได้จากการสังเกต และเครื่องมือวัด เช่น ความยาว มวล เวลา ปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาฟิสิกส์แบ่งออกได้เป็น
ปริมาณในทางฟิสิกส์ มี 2 ปริมาณ คือ
1. ปริมาณสเกลาร์ (Scalar) เป็นปริมาณที่บอกขนาดเพียงอย่างเดียว เช่น มวล , อัตราเร็ว , พลังงาน ฯลฯ
2. ปริมาณเวกเตอร์ (Vector) เป็นปริมาณที่บอกทั้งขนาดและทิศทาง เช่น ความเร็ว , ความเร่ง , การกระจัด , แรง ฯลฯ อ่านเพิ่มเติม
แบบฝึกหัดเลขนัยสำคัญ
ผลลัพธ์ของ 16.74+5.1 มีจำนวนเลขนัยสำคัญเท่ากับตัวเลขในข้อใด
1. -3.14 2. 0.003 3. 99.99 4. 270.00
วิธีคิด
การบวก ลบเลขนัยสำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้จะมีจำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยม เท่ากับจำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยมที่น้อยที่สุดของ ตัวเลขชุดนั้น ดังนั้น 16.74+5.1 = 21.84 ควรบันทึกเป็น 21.8 ซึ่งมีจำนวนเลขนัยสำคัญเท่ากับ 3 ตัว
ข้อ 1 มีจำนวนเลขนัยสำคัญเท่ากับ 3 ตัว เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
ข้อ 2 , 3 , 4 มีจำนวนเลขนัยสำคัญเท่ากับ 1 , 4 , 5 ตัวตามลำดับ
ผลลัพธ์ของ 16.74+5.1 มีจำนวนเลขนัยสำคัญเท่ากับตัวเลขในข้อใด
1. -3.14 2. 0.003 3. 99.99 4. 270.00
วิธีคิด
การบวก ลบเลขนัยสำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้จะมีจำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยม เท่ากับจำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยมที่น้อยที่สุดของ ตัวเลขชุดนั้น ดังนั้น 16.74+5.1 = 21.84 ควรบันทึกเป็น 21.8 ซึ่งมีจำนวนเลขนัยสำคัญเท่ากับ 3 ตัว
ข้อ 1 มีจำนวนเลขนัยสำคัญเท่ากับ 3 ตัว เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
ข้อ 2 , 3 , 4 มีจำนวนเลขนัยสำคัญเท่ากับ 1 , 4 , 5 ตัวตามลำดับ
เลขนัยสำคัญ
หลักการนับเลขนัยสำคัญ
-ถ้าอยู่ในรูปจำนวนเลขทศนิยมให้เริ่มนับตัวเลขแรกที่เป็นเลขโดด (1 ถึง 9) ตัวเลขถัดไปนับหมดทุกตัว เช่น 0.561, 5.02, 10.00, 0.50 มีจำนวนเลขนัยสำคัญ 3, 3, 2, 4 และ 2 ตัว ตามลำดับ
-ถ้าวอยู่ในรูป เมื่อ (1 A < 10) และ n เป็นเลขจำนวนเต็ม ให้พิจารณาที่ค่า A เท่านั้นโดยใช้หลักเหมือนกับข้อ 1 โดยไม่ต้องคำนึงถึง n เช่น , (หรือ ), (หรือ ), (หรือ ) มีเลขนัยสำคัญ 2, 2, 4 และ 2 ตัว ตามลำดับ
-ถ้าอยู่ในรูปจำนวนเต็มให้นับหมดทุกตัวเช่น 16, 125, 5134, 60251 มีจำนวนเลขนัยสำคัญ 2, 3, 4, และ 5 ตามลำดับ แต่ถ้าเลขตัวท้าย ๆ เป็นเลขศูนย์ ต้องจัดให้อยู่ในรูป แล้วตอบตามรูปของการจัดเท่าที่เป็นไปได้ โดยมีความหมายเหมือนเดิม อ่านเพิ่มเติม
หลักการนับเลขนัยสำคัญ
-ถ้าอยู่ในรูปจำนวนเลขทศนิยมให้เริ่มนับตัวเลขแรกที่เป็นเลขโดด (1 ถึง 9) ตัวเลขถัดไปนับหมดทุกตัว เช่น 0.561, 5.02, 10.00, 0.50 มีจำนวนเลขนัยสำคัญ 3, 3, 2, 4 และ 2 ตัว ตามลำดับ
-ถ้าวอยู่ในรูป เมื่อ (1 A < 10) และ n เป็นเลขจำนวนเต็ม ให้พิจารณาที่ค่า A เท่านั้นโดยใช้หลักเหมือนกับข้อ 1 โดยไม่ต้องคำนึงถึง n เช่น , (หรือ ), (หรือ ), (หรือ ) มีเลขนัยสำคัญ 2, 2, 4 และ 2 ตัว ตามลำดับ
-ถ้าอยู่ในรูปจำนวนเต็มให้นับหมดทุกตัวเช่น 16, 125, 5134, 60251 มีจำนวนเลขนัยสำคัญ 2, 3, 4, และ 5 ตามลำดับ แต่ถ้าเลขตัวท้าย ๆ เป็นเลขศูนย์ ต้องจัดให้อยู่ในรูป แล้วตอบตามรูปของการจัดเท่าที่เป็นไปได้ โดยมีความหมายเหมือนเดิม อ่านเพิ่มเติม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)